*ชื่อลูกบ้าน *รหัสผ่าน      *จดจำชื่อลูกบ้าน
เว็บไซต์บ้านเรือนไทย : ชมรมรักษ์ชาติศาสน์กษัตริย์แห่งประเทศไทย (ชรท.)
พุธ 08 กันยายน 2553
ห้องหลักสำคัญบ้านเรือนไทย
หน้าชานบ้านเรือนไทย
ห้องร่วมลงนามถวายพระพร
ห้องรวมกระดานข่าว
ห้องรับแขกที่มาเยือนบ้านเรือนไทย
ห้องข่าวสารและประชาสัมพันธ์บ้านเรือนไทย
กระดานข่าวศูนย์บ่อปลาบ้านแพ้ว
กระดานข่าวกัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย
กระดานข่าวสถานที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย
กระดานข่าวพระพุทธศาสนาของเก่ายุติให้บริการแล้ว
ห้องรวบรวมสถิติการใช้งานของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องแสดงการจัดอันดับของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องแสดงสถานะของเว็บไซต์บ้านเรือนไทยในแผนที่โลก
ห้องค้นหาคำขานบ้านเรือนไทย
ห้องแสดงสถิติการออนไลน์ของเว็บไซต์บ้านเรือนไทยในสากล
ห้องติดต่อศูนย์บ่อปลาบ้านแพ้ว
ห้องติดต่อสอบถาม

ห้องแสดงเจตนารมณ์อุดมการณ์บ้านเรือนไทย
ห้องติดต่อสำนักงานกฏหมายของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องติดต่อชมรมรักษ์ชาติศาสน์กษัตริย์แห่งประเทศไทย (ชรท.)
ห้องสมัครสมาชิกเว็บไซต์บ้านเรือนไทย/ลูกบ้าน(บ้านเรือนไทย)
ห้องแสดงรายชื่อสมาชิกชมรมรักษ์ชาติศาสน์กษัตริย์แห่งประเทศไทย
ห้องโครงการถวายและมอบพระบรมสารีริกธาตุบ้านเรือนไทยทั่วโลก
ห้องร่วมกุศลผลบุญสนับสนุนเว็บไซต์บ้านเรือนไทย (บรท.)
ห้องเว็บไซต์เครือข่ายของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย 9 เครือข่าย
ห้องชีวประวัติพ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ห้องภาพยนต์งานเฉลิมฉลองทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี
ห้องภาพยนต์ เสียงสวดมนต์ ชีวประวัติพ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน
ห้องภาพยนต์และเสียงพระธรรมเทศนาพ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน
ทีวีผ่านดาวเทียมหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด
ห้องบทความที่สำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
สหธรรมิกบ้านเรือนไทย
เว็บไซต์ศูนย์พิทักษ์...
พุทธรรมดอทคอม : คุณเ...
ชมรมรักษ์พระบรมธาตุแ...
พระบรมสารีริกธาตุและ...
ห้องกิจกรรมบ้านเรือนไทย
กันยายน
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

กิจกรรมบ้านเรือนไทยทั้งหมด
ดูกิจกรรมทั้งหมด
สมัครรับข่าวสารบ้านเรือนไทย
เฉพาะลูกบ้าน(บ้านเรือนไทย)
เปิดประตูเข้าสู่บ้านเรือนไทย
*ชื่อลูกบ้าน

*รหัสผ่าน



สมัครลูกบ้าน
กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน

ลืมรหัสผ่านเข้าบ้านเรือนไทย
ขอรหัสผ่านใหม่ กรุณาคลิกที่นี่
แสดงกระทู้ทุกกระดานข่าว
กระทู้ที่เคลื่อนไหวล่าสุด
ประมวลภาพพิธีงานทำบุ...
ขอเชิญร่วมทำบุญ-ใส่บ...
ประชาสัมพันธ์ 3 งานบ...
ประมวลภาพศูนย์บ่อปลา...
มารศาสนาที่ชื่อว่านา...
กระทู้ที่อ่าน-ตอบมากสุด
ประมวลภาพงานพิธีส... [180]
ประมวลภาพงานทำบุญ... [128]
ประมวลภาพพิธีงานท... [124]
ประมวลภาพพิธีงานเ... [122]
ประมวลภาพงานพิธีท... [121]
แบบสำรวจบ้านเรือนไทย
ท่านพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมงานบุญของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย...หรือไม่?

๑. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมงานบุญของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย...ทุกๆ งาน

๒. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมงานบุญของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย...บางงาน

๓. ยังไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมงานบุญของเว็บไซต์บ้านเรือนไทยแต่ขอร่วมอนุโมทนาสาธุ

บ้านเรือนไทยในศาสนาพุทธ
ทุกวินาทีมีค่าอย่าทิ้งเสีย
การทำบุญ

การทำบุญ

บุญพิธี คือพิธีทำบุญ หมายถึงพิธีทำบุญเนื่องด้วยประเพณีในครอบครัว มี ๒ ประเภท คือ
๑.ทำบุญงานมงคล
๒.ทำบุญงานอวมงคล

 

บุญพิธีทั้ง ๒ ประเภทนี้ นิยมมีการนิมนต์พระให้สวดพระพุทธมนต์ เจริญพระพุทธมนต์ เลี้ยงพระและถวายไทยธรรม เพราะฉะนั้นจึงมีผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติเป็น ๒ ฝ่าย คือ

๑.ผู้ทำบุญ เรียกว่า “เจ้าภาพ” ซึ่งหมายถึง ผู้ที่จะทำบุญ หรือผู้ทำบุญ เป็นฝ่ายให้

๒.ผู้ประกอบพิธีกรรม หรือเรียกว่า “ฝ่ายภิกษุสงฆ์” เป็นฝ่ายรับ จึงต้องมีระเบียบพิธีตามสมควรแก่ประเภทนั้นๆ ดังต่อไปนี้


๑.ทำบุญงานมงคล
ทำบุญงานมงคล หมายถึง การทำบุญเพื่อความเจริญโดยปรารภเหตุที่ดี ไม่เป็นมูลเหตุมาจากสิ่งชั่วร้าย งานทำบุญงานมงคล เช่น งานทำบุญวันเกิด งานทำบุญเลี้ยงพระ งานมงคลสมรส งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ระเบียบพิธี ฝ่ายทากทายิกา หรือฝ่ายเจ้าภาพ กิจที่ควรทำก่อน เบื้องต้นต้องตระเตรียมกิจการต่างๆ ที่ควรทำก่อน ดังนี้
๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์
๒.ตระเตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา
๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี
๔.วงด้ายสายสิญจน์
๕.อัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งบนที่บูชา
๖.ปูลาดอาสนะสำหรับพระสงฆ์
๗.เตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์ตามสมควรแก่ฐานะ
๘.ตั้งภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์ (ตั้งแต่อันดับที่ ๑-๘ นี้ สนามหลวง พ.ศ.๒๕๑๖เรียกว่า “กิจที่ควรทำก่อน” ซึ่งจะต้องตระเตรียม)
๙.ตระเตรียมวัตถุไทยธรรมและอาคารคาวหวานที่สมควรเพื่อถวายแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ที่เจ้าภาพได้อาราธนานิมนต์ไว้มาถึงสถานที่จัดงานไว้ตามเวลาที่กำหนดแล้ว


ฝ่ายเจ้าภาพจะต้องปฏิบัติกรณียกิจคือ
๑.คอยล้างเท้าพระสงฆ์และเช็ดด้วย
๒.ประเคนเครื่องรับรองที่จดเตรียมไว้
๓.เมื่อได้เวลาแล้ว จุดธูปเทียนที่โต๊ะบูชา บูชาพระแล้วกราบนมัสการ ๓ ครั้ง
๔.อาราธนาศีลและรับศีล
๕.ต่อจากรับศีลก็อาราธนาพระปริตร เสร็จแล้วไหว้หรือกราบแล้วแต่กรณี
๖.นั่งฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อจบแล้วถวายน้ำร้อยหรือเครื่องดื่มอันสมควรแก่สมณะแล้วแต่จะจัด อนึ่ง ในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ โดยมีการเจริญพระพุทธมนต์กับฉัน (งานวันเดียว) เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม


ในเบื้องต้นจะต้องตระเตรียมกิจการต่าง ๆ ที่ควรทำก่อนดังนี้
๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์
๒.ตระเตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา
๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี
๔.วงด้ายสายสิญจน์
๕.ต่อจากรับศีลก็อาราธนาพระปริตร เสร็จแล้วไหว้หรือกราบแล้วแต่กรณี
๖.นั่งฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อจบแล้ว เตรียมยกภัตตาหารมาตั้งไว้ พร้อมแล้วประเคนให้พระฉันได้ทันที สุดท้ายพิธี เมื่อพระภิกษุสงฆ์ฉันอิ่มแล้ว ก็ถวายไทยธรรม ต่อจากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา พอพระว่าบท ยถา…ให้เริ่มกรวดน้ำให้เสร็จก่อนจบบทว่า ยถา…และเมื่อพระสงฆ์รับว่า สัพพีติโย…พร้อมกัน พึงประนมมือรับพรตลอดจนจบ แล้วส่งพระกลับ เป็นเสร็จพิธี

 

๑.อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ นิยมจำนวนคี่ คือ ๕-๗-๙ รูป ส่วนงานแต่งงานนิยมจำนวนคู่ คือ ๘ รูป พิธีหลวงนิยมนิมนต์จำนวนคู่ คือ ๑๐ รูป เป็นต้น


๒.ตระเตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมทั้งเครื่องบูชา ควรใช้โต๊ะหมู่ ๕ - ๗ - ๙ ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้โต๊ะอื่นที่สมควรก็ได้ ควรปูผ้าขาว หรือผ้าสีที่สะอาดยังไม่เคยใช้เลยเป็นดีที่สุด อย่าเอาผ้าที่นุ่งห่มหรือใช้แล้วมาปูโต๊ะเป็นอันขาด ของบนโต๊ะบูชามีพระพุทธรูป กระถางธูป เชิงเทียน แจกันดอกไม้สด และจะเพิ่มอะไรที่สมควรให้มากกว่านี้ก็ได้ การตั้งพระพุทธรูปควรตั้งให้อยู่ทางขวามือของพระสงฆ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศเดียวกันกับพระสงฆ์ แต่ถ้าสถานที่ไม่อำนวย ก็จัดตามความเหมาะสม


๓.ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี สถานที่ต้องให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม เป็นสิริมงคล
 

๔.วงด้ายสายสิญจน์ สิญจน์ แปลว่า รดน้ำ สายสิญจน์คือ สายด้ายดิบ จับให้เป็น ๓ เส้นแล้วจับอีกครั้งให้เป็น ๙ เส้น การวงด้ายสายสิญจน์ ควรโยงมาจากฐานพระพุทธรูป วนขวารอบฐานพระพุทธรูป โยงมาที่บาตรหรือภาชนะน้ำมนต์ วนขวาที่ภาชนะน้ำมนต์ วางไว้บนพาน ตั้งใกล้อาสนะพระเถระผู้เป็นประธานในพิธี และไม่ควรข้ามด้ายสายสิญจน์

๕.อัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งบนที่บูชา ควรสรงน้ำพระพุทธรูปให้หมดฝุ่นมลทินที่อาจติดอยู่ เสร็จแล้วก็อัญเชิญขึ้นตั้งประดิษฐานบนที่บูชาที่เตรียมไว้ แล้วกราบ ๓ ครั้ง


๖.ปูลาดอาสนะสำหรับพระสงฆ์ จะยกพื้นให้สูงขึ้นขนาดเก้าอี้หรือไม่ยกพื้นเพียงแต่ปูเสื่อ ปูผ้าขาว แล้วปูผ้านิสีทนะ (ผ้ารองนั่งสำหรับพระ) แล้วแต่ความเหมาะสม ต้องให้ที่พระนั่งสูงกว่าที่นั่งของคฤหัสถ์ ถ้าเสมอกันต้องแยก อย่าให้ติดกัน
 

๗.เตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์ตามสมควรแก่ฐานะ คือ หมาก พลู บุหรี่ น้ำเย็น น้ำร้อน และกระโถน วางไว้ด้านขวามือของพระทุกรูป พานหมาก พลู บุหรี่ กระโถน วางระหว่างกลางพระ ๒ รูป ต่อ ๑ ชุดก็ได้ การวาง ให้วางกระโถนไว้ข้างในสุด ถัดออกมาเป็นภาชนะน้ำเย็น ถัดออกมาเป็นพานหมาก พลู บุหรี่ ส่วนน้ำร้อนนั้นควรจัดประเคนในภายหลัง


๘.ตั้งภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์ ใช้หม้อน้ำมนต์ที่มีฝาครอบ (เรียกว่า ครอบน้ำมนต์) บาตร หรือขันทองเหลือง (เว้นขันเงิน ขันทองคำ) มีพานรอง, น้ำที่ใช้ทำน้ำมนต์นั้น นิยมใช้น้ำที่ได้มาจากดิน (ไม่นิยมใช้น้ำฝน) ใส่ประมาณค่อนภาชนะ เทียนน้ำมนต์นิยมใช้เทียนขี้ผึ้งแท้ ขนาดหนัก ๑ บาทเป็นอย่างต่ำ ตั้งเตรียมไว้หน้าโต๊ะบูชา เยื้องมาให้ใกล้พระสงฆ์รูปที่ ๑


๙.การจุดธูปเทียนเมื่อเริ่มพิธี เจ้าภาพควรจุดธูปเทียนเอง โดยใช้เทียนชะนานในการจุด (ไม่ควรใช้ไฟจากตะเกียงหรือจากที่อื่น) ตั้งใจบูชาพระ, อาราธนาศีล รับศีล อาราธนาพระปริตร , พอพระสวดถึงบทมงคลสูตร โดยเริ่มสวดว่า “อะเสวะนา จะ พาลานัง….” เป็นต้น เจ้าภาพควรจุดเทียนที่ภาชนะน้ำมนต์ น้ำยกประเคนพระรูปที่ ๑ (ประธานสงฆ์ในที่นั้น)


๑๐.ข้อปฏิบัติวันเลี้ยงพระ ถ้าสวดและฉันเช้าหรือเพลด้วย หากมีการตักบาตร พอพระสวดถึงบทว่า “พาหุง…” ก็เริ่มตักบาตร เสร็จแล้วยกบาตรและภัตตาหารมาวางไว้ใกล้พระ พอพระสวดจบก็ประเคนให้พระฉันได้ทันที ถ้าเจริญพระพุทธมนต์หรือสวดตอนเย็น แล้วเลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้น ก็ต้องเตรียมเครื่องรับรองพระเหมือนตอนสวดมนต์เย็น, อาราธนาศีล-รับศีล ไม่ต้องอาราธนาพระปริตร (บางแห่งก่อนที่พระจะสวดต้องการมีอาราธนาบาตรก่อน) พอพระสวดถวายพรพระ โดยพระท่านจะสวดถวายพรพระตามลำดับ คือ “ นะโม… อิติปิโส ภะคะวา… พาหุง…” พอพระสวดถึงบทว่า “พาหุง…” ก็เริ่มตักบาตร


๑๑.สุดท้ายพอพระฉันเสร็จ เจ้าภาพถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนาเริ่มบทว่า “ยถา วาริวหา…” เจ้าภาพพึงกรวดน้ำ เมื่อพระสงฆ์รับพร้อมๆ กันว่า “สัพพีติโย…” พึงประนมมือรับพรไปจนจบ แล้วกราบพระ ๓ ครั้ง และส่งพระกลับ เป็นเสร็จพิธี การถวายข้าวพระพุทธ ในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ นิยมถวายข้าวพระพุทธ คือ จัดอาหารทุกอย่างเหมือนกับที่ถวายพระสงฆ์ (ไม่ควรจัดเป็นชุดเล็ก ๆ เหมือนกับที่จัดอาหารเซ่นผี) เสร็จแล้วพึงวางไว้บนโต๊ะหรือบนผ้าขาวที่สะอาดหน้าโต๊ะหมู่บูชา จุดธูป ๓ ดอกในกระถางธูปหน้าพระพุทธรูป นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวคำนมัสการว่า “นะโม ตัสสะ…” ว่า ๓ จบ เสร็จแล้วกล่าว

คำถวายข้าวพระพุทธว่า


อิมัง สูปะพะยัญชนะสัมปันนัง สีลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ. และเมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว เจ้าภาพ พิธีกร หรือผู้อื่นก็ได้ พึงกราบพรพุทธรูป ๓ ครั้ง แล้วประนมมือกล่าวคำลาข้าวพระพุทธว่า เสสัง มังคะลา ยาจามิ หรือจะกล่าวว่า เสสัง มังคะลัง ยาจามิ ก็ได้ เสร็จแล้วกราบ ๓ ครั้ง และยกภาชนะข้าวพระพุทธออกไป

 

๒.ทำบุญงานอวมงคล
การทำบุญงานอวมงคล คือ การทำบุญเกี่ยวกับเรื่องการตาย หมายถึงการทำบุญเพื่อความสุขความเจริญโดยปรารภเหตุที่เป็นมาไม่สู้จะดี แล้วจัดทำบุญขึ้นเพื่อกลับสิ่งที่ชั่วร้ายให้คืนดีและเป็นสิริมงคลต่อไป ในปัจจุบันนี้การทำบุญงานอวมงคลนิยมทำกันอยู่ ๒ อย่าง คือ ๑.งานทำบุญหน้าศพ (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทำบุญหน้าวันปลงศพ) ที่เรียกว่า ทำบุญ ๗ วัน ทำบุญ ๕๐ วัน ทำบุญ ๑๐๐ วัน นั่นเอง ๒.ทำบุญอัฐิ หรือการทำบุญปรารภความตาบของบรรพบุรุษ หรือท่านผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นการทำบุญในวันคล้ายวันที่ท่านผู้นั้นล่วงลับไปแล้ว


กิจที่จะต้องเตรียม กิจที่จะต้องเตรียมสำหรับฝ่ายเจ้าภาพมีดังนี้
๑.อาราธนาพระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์ นิยมจำนวนคู่ คือ ๔-๘ รูป เป็นต้นแล้ว แต่กรณี ข้อควรสังเกต งานมงคลใช้คำว่า “เจริญพระพุทธมนต์” ส่วนงานอวมงคลใช้คำว่า “สวดพระพุทธมนต์”

๒.ไม่ต้องตั้งภาชนะน้ำมนต์ ไม่วงด้ายสายสิญจน์แต่ไม่มีการทำน้ำมนต์

๓.เตรียมสายโยงหรือภูษาโยงต่อจากศพเอาไว้ สายโยง คือ ด้ายสายสิญจน์นั่นเองแต่มี ๓ เส้น (งานมงคลใช้ ๙ เส้น) ภูษาโยง คือ แผ่นผ้ากว้างประมาณ ๔ นิ้ว ยาวให้พอตั้งแต่พระองค์แรกต้นแถวจนถึงพระองค์สุดท้ายปลายแถว และต้องมีสายโยงจากศพมาเชื่อมต่อกับภูษาโยงอีก (ควรระวังเรื่องการเดินสายโยง อย่าให้สูงกว่าพระพุทธรูปในพิธี และอย่าให้ต่ำกว่าที่คนนั่ง อย่าข้ามสายโยงหรือภูษาโยง เพราะต่อเนื่องกับศพ มีไว้สำหรับพระจับเพื่อบังสุกุล การปฏิบัติกิจในพิธี เมื่อพระสงฆ์นั่งประจำที่แล้ว เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยก่อน แล้วจุดธูปเทียนที่หน้าศพทีหลัง (แต่บางแห่งนิยมจุดที่หน้าศพก่อน เสร็จแล้วจุดที่โต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัยทีหลัง ด้วยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ผู้ตายได้บูชาพระรัตนตรัยร่วมกัน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรขอให้ผู้รู้ควรวินิจฉัยเองเถิด) เสร็จแล้วกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล-รับศีล-อาราธนาศีล (บางแห่งไม่ต้ออาราธนา พระสงฆ์สวดเลยก็มี) ถ้ามีการเลี้ยงพระด้วย พอพระฉันเสร็จพิธีกรหรือเจ้าภาพคลี่สายโยง หรือภูษาโยงตั้งแต่พระองค์แรกต้นแถวจนถึงพระองค์สุดท้ายปลายแถว เจ้าภาพและญาติพี่น้องทอดผ้าบังสุกุลบนสายโยงหรือภูษาโยงที่คลี่ทอดยาวไว้แล้ว ถ้ามีถวายไทยธรรมจะถวายพระด้วยนิยมกลัดติดไว้กับผ้าสบง จีวร หรือที่เรียกกันว่าผ้าบังสุกุลที่วางจะทอดนั้น แล้วนั่งประจำที่ พอพระสงฆ์ท่านชักบังสุกุลเจ้าภาพและผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทุกท่านประนมมือตั้งใจฟังจนจบ เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนาเริ่มบทว่า “ยถา วาริวหาร...” เจ้าภาพพึงกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้บำเพ็ญแล้วให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เมื่อพระสงฆ์รับพร้อมๆ กันว่า “สัพพีติโย…” พึงประนมมือรับพรไปจนจบ แล้วกราบพระ ๓ ครั้ง


ข้อควรสังเกต
นิยมวางทอดผ้าบังสุกุล เช่น ผ้าสบง จีวร เท่านั้น บนสายสิญจน์หรือภูษาโยงนั้นคือ ไม่นิยมวางทอดสิ่งอื่นใดนอกจากนี้ไว้บนสายโยงหรือผ้าภูษาโยง


๒.งานทำบุญอัฐิ
กิจที่จะต้องเตรียมสำหรับฝ่ายเจ้าภาพ พึงเตรียมงานส่วนใหญ่คล้ายกับงานทำบุญหน้าศพนั่นเอง เพียงแต่ตั้งโกศอัฐิ ภาพถ่ายผู้ตาย หรือเขียนชื่อของผู้ตายไว้บนโต๊ะต่างหากจากโต๊ะบูชา จัดดอกไม้ประดับ ตั้งกระถางธูป เชิงเทียน หรือใช้กระบะเครื่อง ๕ แทน กระถางธูปเชิงเทียนก็ได้

บ้านเรือนไทย 04 มีนาคม 2550 22:35:36 4514 อ่าน  พิมพ์