ชื่อลูกบ้าน/สมาชิกชรท. รหัสผ่าน
เว็บไซต์บ้านเรือนไทย : ชมรมรักษ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แห่งประเทศไทย (ชรท.)
พุธ 24 กันยายน 2557
ข่าวสารและประชาสัมพันธ์
เว็บไซต์บ้านเรือนไทย สคริปใช้งานได้รับความเสียหายหลายส่วน เช่น บทความม เนื้อหา ฯลฯ กำลังทำการแก้ไขอยู่ : คุณธนู บ้านเรือนไทย ผู้ร่วมกราบนิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านใหม่ๆ เพิ่มเติมจากหมู่คณะเดิมที่เป็นอยู่ เพื่อมาร่วมกิจกรรมงานทำบุญ-ใส่บาตร ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่จัดเป็นประจำทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน เฟสบุ๊ค เว็บไซต์บ้านเรือนไทย https://www.facebook.com/websitebaanruenthai นำเสนอกิจกรรม ข่าวสารและประชาสัมพันธ์กัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย รายละเอียดปลีกย่อยจะนำเสนอที่นี่
ห้องสำคัญบ้านเรือนไทย
หน้าชานบ้านเรือนไทย
ห้องลงนาม
ห้องเยี่ยมเยือน
ห้องรวมกระดาน
เปิดประตูเข้าสู่บ้านเรือนไทย
ห้องค้นหาคำขานบ้านเรือนไทย
ห้องติดต่อ คุณธนู บ้านเรือนไทย
ห้องติดต่อสอบถามทุกเรื่องราว
ห้องติดต่อเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องติดต่อสำนักงานกฏหมายเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องรวบรวมสถิติเว็บไซต์บ้านเรือนไทย

ห้องร่วมกุศลผลบุญสนับสนุนเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องข่าวสารและประชาสัมพันธ์กัมมัฎฐานบ้านเรือนไทย
ห้องกิจกรรมงานทำบุญ-ใส่บาตร ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ห้องติดต่อชมรมรักษ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แห่งประเทศไทย (ชรท.)
ห้องโครงการถวายและมอบพระบรมสารีริกธาตุบ้านเรือนไทย
ห้องเว็บไซต์เครือข่ายเว็บไซต์บ้านเรือนไทย
ห้องภาพยนต์งานเฉลิมฉลองทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี
ห้องภาพยนต์ เสียงสวดมนต์ ชีวประวัติพ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน
ห้องแสดงคลิปกิจกรรมงานมหากุศลผลบุญบ้านเรือนไทย
ทีวีผ่านดาวเทียมหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด
ห้องบทความที่สำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
ห้องแสดงเจตนารมณ์อุดมการณ์บ้านเรือนไทย
สหธรรมมิกบ้านเรือนไทย
เว็บไซต์ศูนย์พิทักษ์...
เฟสบุ๊ค เว็บไซต์บ้าน...
เว็บไซต์กระดานข่าวสา...
ปฏิทินแสดงกิจกรรม
ตัว...ท.ทหาญ นำหน้าหัวข้อกิจกรรม เพื่อเป็นการป้องกันการคุกคามจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีของแฮ๊คเกอร์กับเว็บไซต์บ้านเรือนไทย รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมงานกุศลผลบุญของเว็บไซต์บ้านเรือนไทย : การจัดทริปกิจกรรมร่วมงานบุญมหากุศลทั่วประเทศ จัดตั้งโรงทานบ้านเรือนไทย ในงานต่างๆ เช่น งานทำบุญ-ใส่บาตรและฟังพระธรรมเทศนา พิธีงานสมโภชต่างๆ งานฉลองอายุวัฒนมงคล พ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่จัดตลอดทั้งปี ทางเรากำลังทำการเพิ่มเติมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ณ ที่นี้...เร็วๆ นี้
ปฏิทินแสดงกิจกรรม
กันยายน
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

: ตารางปฏิทินแสดงกิจกรรมมหากุศลผลบุญ
ชมการแสดงกิจกรรมมหากุศลผลบุญตลอดทั้งปี
จม.ข่าวสารบ้านเรือนไทย
รายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครรับจดหมายข่าวสารบ้านเรือนไทย : ทางเว็บไซต์บ้านเรือนไทยจะแจ้งข่าวสารงานกุศลผลบุญต่างๆ เช่น งานทำบุญ-ใส่บาตร พิธีงานสมโภชต่างๆ งานฉลองอายุวัฒนมงคล และอื่นๆ ร่วมไปถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงพระพุทธศาสนาทุกอย่าง ส่งไปให้ลูกบ้าน/สมาชิกชรท.ทุกท่านทางอีเมล์ อีเมล์ที่เว็บไซต์บ้านเรือนไทยได้ทำการส่งไปให้ทุกฉบับนั้นอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการรับจดหมายข่าวสารของท่านได้ ฉะนั้น...จึงขอให้ท่านเข้าไปตรวจสอบในส่วนของการจัดการอีเมล์ขยะของท่านด้วยครับ
ผู้กำลังเยี่ยมเยือนขณะนี้
ฆราวาสญาติโยมทั่วไป : 1
[ยังไม่มีพวกเราชาวบ้านเรือนไทย]

ลูกบ้าน/สมาชิกชรท.ทั้งหมด : 1040
ยังไม่ยืนยันให้เป็นลูกบ้าน/สมาชิกชรท. : 1
ลูกบ้าน/สมาชิกชรท.ล่าสุด : จิตลดา จันทอก
ผู้เยี่ยมเยือนที่ผ่านมา
บ้านเรือนไทย 4 days
นางสาวทัศน์ศรันย์ ผิวเผือก 1 week
เกียรติ 4 weeks
ลุงวิทย์ 4 weeks
kasinthara 7 weeks
นายวัทน์สิริ โตไธสง28 weeks
Mettatham41 weeks
thosapol47 weeks
knug1111111147 weeks
วงศกร50 weeks
สมัครรับข่าวสารบรท.
เฉพาะลูกบ้าน/สมาชิกชรท.
เปิดประตูเข้าบ้านเรือนไทย
ชื่อลูกบ้าน/สมาชิกชรท.

รหัสผ่าน



สมัครลูกบ้าน/สมาชิกชรท.
กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน

ลืมรหัสผ่านเข้าบ้านเรือนไทย
ขอรหัสผ่านใหม่ กรุณาคลิกที่นี่
สถิติการออนไลน์
ฆราวาสญาติโยมทั่วไป : 1
พวกเราชาวบ้านเรือนไทย :
[ยังไม่มีพวกเราชาวบ้านเรือนไทยทำการออนไลน์ในขณะนี้]


ลูกบ้านทั้งหมด : 1040
ลูกบ้านรอการยืนยัน : 1
ลูกบ้านล่าสุด : จิตลดา จันทอก

วันนี้ : 13
ขณะนี้ : 1
ออนไลน์พร้อมกันสูงสุด : 31
สูงสุดต่อวัน : 3485
เมื่อวานนี้ : 488
เดือนนี้ : 11230
รวมทั้งหมด : 1316380

สถิติออนไลน์ 24 ชั่วโมงล่าสุด
























กระทู้จากทุกกระดาน
กระทู้ที่เคลื่อนไหวล่าสุด
ขอเชิญร่วมงานทอดกฐิน...
ขอเชิญร่วมถวายผ้ากฐิ...
ประมวลภาพกิจกรรมทำบุ...
พระครูวิสุทธิธรรมสุน...
ประมวลภาพกิจกรรมงานท...
กระทู้ที่อ่าน-ตอบมากสุด
ประมวลภาพพิธีงานพ... [282]
ประมวลภาพงานเจริญ... [231]
ประมวลภาพพิธีประช... [229]
ประมวลภาพงานบำเพ็... [214]
ประมวลภาพพิธีงานเ... [210]
แบบสำรวจบ้านเรือนไทย
แบบสำรวจบ้านเรือนไทย
ท่านพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและเดินทางเพื่อร่วมกิจกรรมงานกุศลผลบุญสายกัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย...หรือไม่?

๑. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมงานกุศลผลบุญสายกัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย...ทุกๆ งาน

๒. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมงานกุศลผลบุญของสายกัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย...เป็นบางงาน

๓. ยังไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมงานกุศลผลบุญสายกัมมัฏฐานบ้านเรือนไทย แต่ขอร่วมอนุโมทนา...สาธุ ทุกกิจกรรม

รูปภาพพ่อแม่ครูอาจารย์
โปรดทราบ...นี้เป็นการทดลองใช้งานเท่านั้น รูปภาพยังไม่สมบูรณ์ อาจมีซ้ำกันบ้างในแต่ละพ่อแม่ครูอาจารย์ : หลังจากจบงานทำบุญ-ใส่บาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2555 ของแต่ละสถานที่ ทางเว็บไซต์บ้านเรือนไทย จะไปร่วมงานเพื่อถ่ายภาพ พ่อแม่ครูอาจารย์สายกัมมัฏฐาน ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะจัดทำรูปภาพให้มาแสดง ณ ที่ตรงนี้
สุริยะจักรวาลบ้านเรือนไทย
ปัจจุบันกาลบ้านเรือนไทย
สภาพดินฟ้าอากาศทั่วไทย
fb:เว็บไซต์บ้านเรือนไทย
Lockerz Share Buttons
Share
ประเทศเยือน เริ่ม17/5/56
www.baanruenthai.com
ห้องชีวประวัติและปฏิปทาท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ชีวประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ชีวประวัติหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโฑ

บ้านเรือนไทย

บ้านเรือนไทย

(หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ท่านเป็นพระอุปัฏฐากที่รับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มากที่สุดรูปหนึ่ง)

อ่านหนังสือบูรพาจารย์ ชีวประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ไฟล์เสียงสนทนาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กับพระพุทธเจ้า

บ้านเรือนไทย ในพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

(ไฟล์เสียงจำลองบทสนทนาธรรมระหว่างพระพุทธเจ้าและพระสาวอรหันต์ เสด็จมาอนุโมทนา หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในคืนที่บรรลุธรรมขั้นสูงสุด)

หมายเหตุ : ท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เขียนบรรยายตามที่ท่านได้ฟังมาจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยตรง ดังต่อไปนี้

 

หลังจากท่านเดินทางถึงแดนแห่งวิมุตติแล้ว คืนต่อๆ มามีพระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวกจำนวนมากเสด็จมาอนุโมทนาวิมุตติธรรมกับท่านเสมอมิได้ขาด คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระสาวกบริวารเป็นจำนวนหมื่นเสด็จมาเยี่ยม คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับสาวกบริวารจำนวนแสนเสด็จมาเยี่ยม คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีสาวกเท่านั้นเสด็จมาเยี่ยมอนุโมทนา จำนวนพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาแต่ละพระองค์นั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั้งนี้ท่านว่าขึ้นอยู่กับวาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไม่เหมือนกัน ที่พระสาวกตามเสด็จมาด้วยแต่ละพระองค์นั้น มิได้ตามเสด็จมาทั้งหมดในบรรดาพระสาวกของแต่ละพระองค์ที่มีอยู่ แต่ที่ตามเสด็จมามากน้อยต่างกันนั้น พอแสดงให้เห็นภูมิพระวาสนาบารมีของแต่ละพระองค์นั้นต่างกันเท่านั้น บรรดาพระสาวกจำนวนมากของแต่ละพระองค์ที่ตามเสด็จมานั้น มีสามเณรติดตามมาด้วยครั้งละไม่น้อยเลย ท่านสงสัยจึงพิจารณาก็ทราบว่า คำว่าพระอรหันต์ ในนามธรรมนั้นมิได้หมายเฉพาะพระ แต่สามเณรที่มีจิตบริสุทธิ์หมดจดก็นับเข้าในจำนวนสาวกอรหันต์ด้วย ฉะนั้น ที่สามเณรติดตามมาด้วยจึงไม่ขัดกัน ในพระโอวาทของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ประทานอนุโมทนาแก่ท่านพระอาจารย์มั่น นั้น ส่วนใหญ่มีว่า เราตถาคตทราบว่าเธอพ้นโทษจากอนันตรทุกข์ในที่คุมขังแห่งเรือนจำของวัฏทุกข์ จึงได้มาเยี่ยมอนุโมทนา ที่คุมขังแหล่งนี้ใหญ่โตมโหฬาร และแน่นหนามั่นคงมาก และมีเครื่องยั่วยวนชวนให้เผลอตัว และติดอยู่รอบตัวไม่มีช่องว่าง จึงยากที่จะมีผู้แหวกว่ายออกมาได้ เพราะสัตว์โลกจำนวนมากไม่ค่อยมีผู้สนใจกับทุกข์ที่เป็นอยู่กับตัวตลอดมา ว่าเป็นสิ่งที่ทรมาน และเสียดแทงร่างกายจิตใจเพียงใด พอจะคิดเสาะแสวงหาทางออกด้วยวิธีต่างๆ เหมือนคนเป็นโรคแต่มิได้สนใจกับยา ยาแม้มีมากจึงไม่มีประโยชน์สำหรับคนประเภทนั้น ธรรมของเราตถาคตก็เช่นเดียวกับยา สัตว์โลกอาภัพเพราะโรคกิเลสตัณหาภายในใจเบียดเบียนเสียดแทง ทำให้เป็นทุกข์แบบไม่มีจุดหมายว่าจะหายได้เมื่อไร สิ่งตายตัวก็คือโรคพรรค์นี้ ถ้าไม่รับยาคือธรรมจะไม่มีวันหายได้ ต้องฉุดลากสัตว์โลกให้ตายเกิดคละเคล้าไปกับความทุกข์กายทุกข์ใจ และเกี่ยวโยงกันเหมือนลูกโซ่ตลอดอนันตกาล ธรรมแม้จะมีเต็มไปทั้งโลกธาตุ ก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจนำไปปฏิบัติรักษาตัวเท่าที่ควรจะได้รับจากธรรม ธรรมก็อยู่แบบธรรม สัตว์โลกก็หมุนตัวเป็นกงจักรไปกับทุกข์ในภพน้อยภพใหญ่แบบสัตว์โลก โดยไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะสิ้นสุดทุกข์กันลงได้เมื่อใด ไม่มีทางช่วยได้ ถ้าไม่สนใจช่วยตัวเองโดยยึดธรรมมาเป็นหลักใจ และพยายามปฏิบัติตาม พระพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้เพิ่มจำนวนองค์ และสั่งสอนมากมายเพียงไร ผลที่ได้รับก็เท่าที่โรคประเภทคอยรับยามีอยู่เท่านั้น ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระองค์ใด มีแบบตายตัวอยู่อย่างเดียวกัน คือสอนให้ละชั่วทำดีทั้งนั้น ไม่มีธรรมพิเศษ และแบบสอนพิเศษไปกว่านี้ เพราะไม่มีกิเลสตัณหาพิเศษในใจสัตว์โลกที่พิเศษเหนือธรรมซึ่งประกาศสอนไว้ เท่าที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายประทานไว้แล้วเป็นธรรมที่ควรแก่การรื้อถอนกิเลสทุกประเภทของมวลสัตว์อยู่แล้ว นอกจากผู้รับฟัง และปฏิบัติตามจะยอมแพ้ต่อเรื่องกิเลสตัณหาของตัวเสียเอง แล้วเห็นธรรมเป็นของไร้สาระไปเสียเท่านั้น ตามธรรมดาแล้วกิเลสทุกประเภทต้องฝืนธรรมดาดั้งเดิม คนที่คล้อยตามมันจึงเป็นผู้ลืมธรรมไม่อยากเชื่อฟัง และทำตามโดยเห็นว่าลำบาก และเสียเวลาทำในสิ่งที่ตนชอบ ทั้งที่สิ่งนั้นให้โทษ ประเพณีของนักปราชญ์ผู้ฉลาดมองเห็นการณ์ไกล ย่อมไม่หดตัวมั่วสุมอยู่เปล่าๆ เหมือนเต่าถูกน้ำร้อนไม่มีทางออก ต้องยอมตายในหม้อที่กำลังเดือดพล่าน โลกเดือดพล่านอยู่ด้วยกิเลสตัณหาความแผดเผา ไม่มีกาลสถานที่ที่พอจะปลงวางลงได้ จำต้องยอมทนทุกข์ทรมานไปตามๆ กัน โดยไม่นิยมสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์อยู่บนอากาศ และใต้ดิน เพราะสิ่งแผดเผาเร่าร้อนอยู่กับใจ ความทุกข์จึงอยู่ที่นั่น ที่นี่เธอเห็นพระตถาคตอย่างแท้จริงแล้วมิใช่หรือ พระตถาคตแท้คืออะไร คือความบริสุทธิ์แห่งใจที่เธอเห็นแล้วนั้นแล ที่พระตถาคตมาในร่างนี้ มาในร่างแห่งสมมุติต่างหาก เพราะพระตถาคต และพระอรหันต์อันแท้จริงมิใช่ร่างแบบที่มากันนี้ นี่เป็นเพียงเรือนร่างของตถาคตโดยทางสมมุติต่างหาก

 

ท่านพระอาจารย์มั่น กราบทูลว่า ข้าพระองค์ทราบพระตถาคต และพระสาวกอรหันต์อันแท้จริงไม่สงสัย ที่สงสัยก็คือ พระองค์ทั้งหลายกับพระสาวกท่านที่เสด็จไปด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน ไม่มีส่วนสมมุติยังเหลืออยู่เลย แล้วเสด็จมาในร่างนี้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งแม้มีความบริสุทธิ์ทางใจด้วยดีแล้ว แต่ยังครองร่างอันเป็นส่วนสมมุติอยู่ ฝ่ายอนุปาทิเสสนิพพาน ก็ต้องแสดงสมมุติตอบรับกัน คือต้องมาในร่างสมมุติซึ่งเป็นเครื่องใช้ชั่วคราวได้ ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นอนุปาทิเสสนิพพาน ด้วยกันแล้วไม่มีส่วนสมมุติยังเหลืออยู่ ตถาคตก็ไม่มีสมมุติอันใดมาแสดงเพื่ออะไรอีก ฉะนั้นการมาในร่างสมมุตินี้จึงเพื่อสมมุติเท่านั้น ถ้าไม่มีสมมุติเสียอย่างเดียวก็หมดปัญหา พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงทราบเรื่องอดีตอนาคตก็ทรงถือเอานิมิต คือสมมุติอันดั้งเดิมของเรื่องนั้นๆ เป็นเครื่องหมายให้ทราบ เช่น ทรงทราบอดีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลายว่าทรงเป็นมาอย่างไรเป็นต้น ก็ต้องถือเอานิมิตของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น และพระอาการนั้นๆ เป็นเครื่องหมายพิจารณาให้รู้ ถ้าไม่มีสมมุติของสิ่งนั้นๆ เป็นเครื่องหมาย ก็ไม่มีทางทราบได้ในทางสมมุติ เพราะวิมุตติล้วนๆ ไม่มีทางแสดงได้ ฉะนั้นการพิจารณา และทราบได้ ต้องอาศัยสมมุติเป็นหลักพิจารณา ดังที่เราตถาคตนำสาวกมาเยี่ยมเวลานี้ ก็จำต้องมาในรูปลักษณะอันเป็นสมมุติดั้งเดิม เพื่อผู้อื่นจะพอมีทางทราบได้ว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ และพระอรหันต์องค์นั้นๆ มีรูปลักษณะอย่างนั้นๆ ถ้าไม่มาในรูปลักษณะนี้แล้ว ผู้อื่นก็ไม่มีทางทราบได้ เมื่อยังต้องเกี่ยวกับสมมุติในเวลาต้องการอยู่ วิมุตติก็จำต้องแยกแสดงออกโดยทางสมมุติเพื่อความเหมาะสมกัน ถ้าเป็นวิมุตติล้วนๆ เช่นจิตที่บริสุทธิ์รู้เห็นจิตที่บริสุทธิ์ด้วยกันก็เพียงแต่รู้อยู่เห็นอยู่เท่านั้น ไม่มีทางแสดงให้รู้ยิ่งกว่านั้นไปได้ เมื่อต้องการทราบลักษณะอาการของความบริสุทธิ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็จำต้องนำสมมุติเข้ามาช่วยเสริมให้วิมุตติเด่นขึ้น พอมีทางทราบกันได้ว่าวิมุตติมีลักษณะว่างเปล่าจากนิมิตทั้งปวง มีความสว่างไสวประจำตัว มีความสงบสุขเหนือสิ่งใดๆ เป็นต้น พอเป็นเครื่องหมายให้ทราบได้โดยทางสมมุติทั่วๆ ไป ผู้ทราบวิมุตติอย่างประจักษ์ใจแล้ว จึงไม่มีทางสงสัยทั้งเรื่องวิมุตติแสดงตัวออกต่อสมมุติในบางคราวที่ควรแก่กรณี และทรงตัวอยู่ตามสภาพเดิมของวิมุตติ ไม่แสดงอาการ ที่เธอถามเราตถาคตนั้น ถามด้วยความสงสัย หรือถามพอเป็นกิริยาแห่งการสนทนากัน ท่านกราบทูลว่า ข้าพระองค์มิได้มีความสงสัยทั้งสมมุติ และวิมุตติของพระองค์ทั้งหลาย แต่ที่กราบทูลนั้นก็เพื่อถวายความเคารพไปตามกิริยาแห่งสมมุติเท่านั้น แม้พระองค์กับพระสาวกจะเสด็จมาหรือไม่ก็มิได้สงสัยว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อันแท้จริงมีอยู่ ณ ที่แห่งใด แต่เป็นความเชื่อประจักษ์ใจอยู่เสมอว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต อันแสดงว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มีใช่ธรรมชาติอื่นใดจากที่บริสุทธิ์หมดจดจากสมมุติในลักษณะเดียวกันกับพระรัตนตรัย พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่เราตถาคตถามเธอ ก็มิได้ถามด้วยความเข้าใจว่าเธอมีความสงสัย แต่ถามเพื่อเป็นสัมโมทนียธรรม ต่อกันเท่านั้น บรรดาพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาแต่ละพระองค์ และแต่ละครั้งนั้น มิได้กล่าวปราศรัยอะไรกับท่านพระอาจารย์มั่น เลย มีพระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทพระองค์เดียว ส่วนพระสาวกทั้งหลายเป็นเพียงนั่งฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม น่าเคารพเลื่อมใสมากเท่านั้น

 

แม้สามเณรองค์เล็กๆ ที่น่ารักมากกว่าจะน่าเคารพเลื่อมใส ก็นั่งฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เช่นเดียวกับพระสาวกทั้งหลาย อันเป็นที่น่าเคารพเลื่อมใสมาก และน่ารักมากด้วย ซึ่งยังอยู่ในวัยเล็กมากก็มี อายุราว ๙-๑๐ ขวบ ๑๑-๑๒ ขวบ ซึ่งน่ารักมาก ท่านเล่าว่าพอเห็นสามเณรอรหันต์แล้ว ท่านเกิดความรู้สึกรักมาก และสงสารมาก ถ้าตามภาษาของผู้ใหญ่พูดกับเด็กธรรมดาทั่วไปก็ว่า เณรตัวเล็กๆ ตาใสแจ๋ว ใครเห็นแล้วก็อดที่จะรักไม่ได้ ดีไม่ดีถ้าไม่ทราบไว้ก่อนว่าท่านเป็นสามเณรอรหันต์แล้ว น่ากลัวจะดื้อ มือไปคว้าเอาศีรษะท่านขยี้เขย่าเล่นโดยมิได้สำนึกในบาปแน่ ท่านพูดมาตอนนี้เลยนึกคันมือขึ้นมาว่า ถึงผู้เขียนก็เถอะอาจเป็นผู้หนึ่งก่อนใครที่จะอดคว้าไม่ได้ เป็นอะไรเป็นกัน แล้วค่อยขอขมาโทษท่านทีหลัง เพราะอดรักอดเล่นไม่ได้ ท่านว่าแม้ท่านจะเป็นสามเณรองค์เล็กๆ ก็ตาม แต่มรรยาทท่านเป็นผู้ใหญ่สงบเสงี่ยมสวยงามมากเหมือนพระสาวกทั้งหลาย สรุปแล้วบรรดาพระสาวกอรหันต์ และสามเณรที่ตามเสด็จมากับพระพุทธเจ้าแต่ละครั้ง ล้วนมีมรรยาทอันสวยงามน่าเคารพเลื่อมใสมาก เหมือนผ้าที่ถูกพับ และเก็บไว้เป็นระเบียบงามตา ฉะนั้นเวลาท่านเกิดความสงสัยเกี่ยวกับระเบียบขนบประเพณีดั้งเดิม เช่น การเดินจงกรม นั่งสมาธิ ความเคารพต่อกันระหว่างผู้อาวุโสกับภันเต และการครองผ้าเวลานั่งสมาธิ หรือเดินจงกรมจำเป็นทุกครั้งไปหรือไม่อย่างไร ขณะนั่งภาวนาท่านนึกวิตก อยากทราบความจริงที่พระพุทธเจ้า และพระสาวกพาดำเนินมาก่อนท่านทำกันอย่างไรดังนี้ ถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าเสด็จมาแสดงวิธีให้ดูเอง ก็เป็นพระสาวกองค์ใดองค์หนึ่งมาแสดงให้ดูตัวอย่างจนได้ เช่น การเดินจงกรมจะควรปฏิบัติตัวอย่างไรในขณะเดินถึงจะถูกต้อง และเป็นความเคารพธรรมตามหน้าที่ของผู้สนใจเคารพธรรมในเวลาเช่นนั้น ท่านก็เสด็จมาแสดงวิธีวางมือ วิธีก้าวเดิน วิธีสำรวมตนในเวลาเดินให้ดูอย่างละเอียด บางครั้งก็ประทานพระโอวาทประกอบกับวิธีแสดงด้วย บางครั้งก็แสดงเพียงวิธีต่างๆ ให้ดู แม้พระสาวกอรหันต์มาแสดงให้ดูก็ทำในลักษณะเดียวกัน การนั่งทำสมาธิทำอย่างไร ควรหันหน้าไปทางทิศใดเป็นการเหมาะกว่าทิศอื่นๆ ท่านั่งจะตั้งตัวอย่างไรเป็นการเหมาะสมในขณะนั้น ท่านแสดงให้ดูทุกวิธี ความเคารพต่อกันระหว่างอาวุโสกับภันเต ตอนนี้ท่านเล่าแปลกอยู่บ้าง คือขณะที่ท่านนึกวิตกอยากทราบว่า ครั้งพุทธกาลท่านปฏิบัติต่อกันอย่างไรที่เป็นสามีจิกรรมต่อกันโดยชอบธรรม พอวิตกไม่นานก็ปรากฏมีพระพุทธเจ้า และพระสาวกทั้งหนุ่มทั้งแก่ และแก่จนหง่อมศีรษะหงอกขาวไปหมด ตลอดสามเณรเล็กๆ และโตพอประมาณ ซึ่งล้วนอยู่ในวัยที่น่ารักตามเสด็จมามากมาย แต่การเสด็จมาของพระพุทธเจ้ากับการมาของพระสาวกทั้งหลายมิได้มาพร้อมกัน ต่างองค์ต่างมา องค์ใดมาถึงก่อนองค์นั้นก็นั่งอาสนะข้างหน้า องค์มาที่สองที่สามก็นั่งรองกันลงมาตามลำดับที่มาถึง ไม่นิยมวัย และอาวุโสภันเต แม้สามเณรมาถึงก่อนก็นั่งข้างหน้าพระ จนถึงองค์สุดท้าย องค์แก่ๆ รุ่นปู่รุ่นทวดสามเณร มาถึงทีหลังก็ต้องนั่งอาสนะสุดท้าย โดยมิได้มีองค์ใดแสดงกิริยาขวยเขินกระดากอายต่อกันเลย แม้องค์พระพุทธเจ้าเองเสด็จมาถึงลำดับใดก็ประทับอาสนะนั้นที่ควรแก่ผู้มาถึงทีหลัง ท่านเห็นอาการอย่างนั้นจึงเกิดความสงสัยว่า พระครั้งพุทธกาลไม่มีการเคารพกันบ้างหรืออย่างไรถึงได้ทำอย่างนี้ ดูไม่มีระเบียบงามตาบ้างเลย แล้วพระพุทธเจ้า และพระสาวกทรงประกาศพระศาสนาให้ประชาชนเคารพนับถือได้อย่างไร เมื่อพระศาสนา และผู้นำของพระศาสนาตลอดผู้ปฏิบัติศาสนาอย่างใกล้ชิด ประพฤติต่อกันอย่างไม่มีระเบียบเช่นนั้น สักประเดี๋ยวธรรมก็ผุดขึ้นมาในใจท่านเอง โดยพระพุทธเจ้า และสาวกยังมิได้ประทานโอวาทแต่อย่างใด ว่านี่คือวิสุทธิธรรม ล้วนๆ ไม่มีสมมุติเข้าเจือปนเลย จึงไม่มีกฎข้อบังคับหรือระเบียบใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่แสดงอย่างนี้แสดงเรื่องวิสุทธิธรรมที่เป็นความเสมอภาคทั่วกัน ไม่นิยมว่าอ่อน ว่าแก่ ว่าสูง ว่าต่ำ อันเป็นเรื่องของสมมุติ นับแต่พระพุทธเจ้าลงมาถึงสาวกอรหันต์องค์สุดท้าย จะเป็นพระหรือเณรไม่จำกัด แต่มีความเสมอภาคกันด้วยความบริสุทธิ์

 

ท่านแสดงบุคคลาธิษฐานในลักษณะนี้ เป็นเครื่องบอกถึงความบริสุทธิ์ของกัน และกันว่าไม่มีใครยิ่งหย่อนกว่ากันบรรดาพระ และเณรที่เป็นอรหันต์ด้วยกัน พอธรรมที่แสดงขึ้นสงบลง ท่านนึกวิตกอีกว่า ท่านเคารพกันตามสมมุตินั้นเคารพกันอย่างไรบ้างหนอ พอความคิดวิตกระงับลง ภาพของพระพุทธเจ้า และพระสาวกทั้งหลายที่ประทับนั่ง และนั่งกันอย่างไม่มีระเบียบอยู่ขณะนั้น ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนท่าประทับ และท่านั่งใหม่ทันที คราวนี้ปรากฏว่า พระพุทธเจ้าประทับนั่งเป็นประมุขอยู่ข้างหน้าสงฆ์ สามเณรองค์เล็กๆ ที่มาถึงก่อน และเคยนั่งอยู่ข้างหน้า ก็ได้เปลี่ยนเป็นนั่งอยู่สุดท้ายอย่างมีระเบียบงามตาน่าเคารพเลื่อมใสมาก ขณะนั้นธรรมผุดขึ้นในใจท่านว่า นี่คือระเบียบ และขนบประเพณีของพระครั้งพุทธกาลเคารพกัน ท่านเคารพกันอย่างนี้ แม้เป็นพระอรหันต์แล้วแต่ยังอ่อนพรรษาอยู่ ก็จำต้องเคารพพระอาวุโสที่ปฏิบัติดีทั้งที่ยังมีกิเลสภายในใจอยู่ ต่อลำดับนั้นพระองค์ประทานพระโอวาทว่า พระของเราตถาคตต้องมีความเคารพ และสนิทสนมกันประหนึ่งอวัยวะอันเดียวกัน แต่มิได้สนิทกันแบบโลก หากแต่สนิทกันตามแบบของธรรมซึ่งเป็นความเสมอภาคไม่ลำเอียง พระของเราตถาคตอยู่ด้วยกัน แม้จำนวนมากก็ไม่ทะเลาะกัน ไม่มีการเผยอเย่อหยิ่งต่อกัน พระที่ไม่เคารพกันตามหลักธรรมวินัยที่เป็นองค์ศาสดาแทนเราตถาคต มิใช่พระของตถาคต แม้จะเลียนแบบของลูกศิษย์ตถาคตก็คือพระที่เลียนๆ อยู่นั่นแล ไม่จริงดังคำประกาศอวดอ้าง ถ้าพระยังมีความเคารพกันตามหลักธรรมวินัย คือตถาคต และเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อธรรมวินัยไม่ฝ่าฝืน พระนั้นจะอยู่ที่ใด บวชเมื่อไร เป็นชาติชั้นวรรณะ และออกมาจากสกุลใด ก็คือพระลูกศิษย์เราตถาคตอยู่นั่นแล ชื่อว่าผู้เดินตามเราตถาคต ต้องปรากฏความสิ้นสุดทุกข์ในวันหนึ่งแน่นอน พอประทานพระโอวาทย่อจบลง นับแต่พระพุทธเจ้าลงมาต่างองค์ต่างหายไปในขณะนั้น ท่านอาจารย์เองก็สิ้นสงสัยลงในขณะที่นิมิตมาแสดงบอกอย่างชัดเจนนั้นเช่นกัน แม้การครองผ้าในเวลานั่งสมาธิหรือเดินจงกรม พระสาวกก็ได้มาแสดงให้ดูตามลำดับที่เกิดความสงสัยไม่แน่ใจ ว่าไม่จำเป็นต้องครองผ้าทุกครั้งไป โดยท่านมาแสดงการนั่งสมาธิ และเดินจงกรมในท่าครองผ้า และไม่ครองผ้าให้ดูจนสิ้นความสงสัยทุกกรณีไป ตลอดสีผ้าสบง จีวร สังฆาฏิอันเป็นเครื่องนุ่งห่มของพระ ท่านก็แสดงให้ดู โดยแสดงผ้าสีกรัก คือสีแก่นขนุนออกเป็นสามสี คือ สีกรักอ่อน สีกรักขนาดกลาง และสีกรักแก่ให้โดยละเอียด เท่าที่พิจารณาตามท่านเล่าให้ฟังแล้วก็พอทราบได้ว่า ท่านทำอะไรลงไปมักมีแบบฉบับมาเป็นเครื่องยืนยันรับรองความแน่ใจในการทำเสมอ มิได้ทำแบบสุ่มเดาที่เรียกว่าเอาตนเข้าไปเสี่ยงต่อกิจการที่ไม่แน่ใจ ฉะนั้นปฏิปทาท่านจึงราบรื่นสม่ำเสมอตลอดมา ไม่มีข้อที่น่าตำหนิ และกระทบกระเทือนใดๆ มาแต่ต้นจนอวสาน ซึ่งจะหาผู้เสมอได้ยากในสมัยปัจจุบัน บรรดาสานุศิษย์ที่ยึดเอาปฏิปทาท่านไปปฏิบัติ ย่อมเป็นความงามเสมอต้นเสมอปลายแบบลูกศิษย์มีครู นอกจากที่ชอบแหวกแนวแบบผีไม่มีป่าช้า ลูกไม่มีพ่อแม่ ศิษย์ไม่มีอาจารย์ซึ่งอาจมีได้เท่านั้น ปฏิปทาที่ท่านพาดำเนินมาจึงอาจถูกดัดแปลงไปตามความคิดเห็น นอกนั้นปฏิปทาท่านนับว่าราบเรียบมาก ทั้งนี้ท่านรู้สึกมีอะไรๆ ที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่ภายในอย่างลึกลับ เป็นเข็มทิศพาดำเนิน ซึ่งผู้ปฏิบัติทั้งหลายไม่อาจมีได้อย่างท่าน

 

ข้อควรทราบเรื่องการฉันจังหันของพระธุดงคกัมมัฏฐาน

พระธุดงคกรรมฐานท่านจำต้องออกบิณฑบาตเป็นกิจวัตรทุกวัน และฉันในบาตรเป็นประจำ เวลาออกเที่ยวกรรมฐานก็อาศัยบาตรเป็นภาชนะสำหรับใส่บริขารต่างๆ เช่นเดียวกับฆราวาสถือกระเป๋าเป็นเพื่อนเดินทาง การฉันจังหันของพระกรรมฐาน ท่านฉันสำรวมดังกล่าวแล้ว เวลาไปบิณฑบาตกลับมาถึงที่พักหรือวัดแล้ว ก่อนฉัน ถ้ามีหลายองค์ด้วยกัน เช่น อยู่ในสำนักหรือออกเที่ยวด้วยกันหลายองค์ในบางครั้ง ที่ท่านเคยปฏิบัติมาเมื่อได้อาหารมามากน้อยจากบิณฑบาต ต่างนำอาหารต่างๆ ออกจากบาตรมาแก้รวมกัน แล้วแจกจ่ายใส่บาตรให้ทั่วถึงกัน เสร็จแล้วถ้ามีญาติโยมตามออกมาแม้แต่คนหนึ่งขึ้นไป ท่านอนุโมทนา ยถา สัพพีฯ ก่อนแล้วค่อยลงมือฉัน แต่โดยมากมักทำอนุโมทนาอยู่ในบ้านเสร็จแล้วค่อยออกมา โดยญาติโยมทำร้านเล็กๆ ไว้ในบ้านแห่งหนึ่งหรือสองแห่งเพื่อท่านนั่งอนุโมทนาเสร็จแล้วค่อยออกมา ญาติโยมจึงไม่ค่อยตามมา มีอะไรเขาก็เตรียมใส่บาตรให้พร้อมเสร็จ เมื่อจัดอาหารใส่ในบาตรเสร็จแล้ว ท่านเริ่มทำความสงบอารมณ์พิจารณาปัจจเวกขณะ ปฏิสังขา โยนิโส ฯลฯ ในอาหารชนิดต่างๆ ที่รวมในบาตร โดยทาง อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา บ้าง ทางปฏิกูลสัญญาบ้าง ทางธาตุบ้าง ตามแต่ความถนัดของแต่ละท่านจะพิจารณาแยบคายในทางใด อย่างน้อยประมาณหนึ่งนาทีขึ้นไป แล้วค่อยเริ่มลงมือฉันด้วยท่าสำรวม และมีสติประจำตัวในการขบฉัน ไม่พูดสนทนาเรื่องใดๆ ในเวลานั้น นอกจากความจำเป็นจะต้องพูด ก็ทำความรู้สึกตัวไว้แล้วค่อยพูดตามความจำเป็น แล้วหยุด ก่อนจะพูดก็รอให้อาหารหมดในมุขทวารก่อน ค่อยพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ไม่ให้มีเสียงรัวเรีย อันเป็นการผิดมรรยาทของการพูดในเวลานั้น ขณะพูดก็ตั้งใจทำหน้าที่ในการพูดจนจบก่อน แล้วค่อยลงมือฉันต่อไปด้วยท่าสำรวมตามปกติ มีสติระวังการบดเคี้ยวอาหารไปทุกระยะ ไม่ให้มีเสียงดังกรอบแกรบมูมมามซึ่งเสียมารยาทในการฉัน และเป็นลักษณะของความเผอเรอ และตะกละตะกลาม ตามองลงในบาตร ทำความสำคัญอยู่ในบาตรด้วยความมีสติ ไม่เหม่อมองสิ่งนั้นสิ่งนี้ในเวลาฉัน อันเป็นลักษณะของความลืมตัวขาดสติ

 

ขณะฉันก็พิจารณาไปด้วยตามความถนัดในแง่แห่งธรรม โดยถืออาหารที่กำลังฉันเป็นอารมณ์บ้าง ถือธรรมที่เคยพิจารณาประจำนิสัยเป็นอารมณ์บ้าง แต่โดยมากท่านมักพิจารณาอาหารที่กำลังฉันมากกว่าธรรมอื่นๆ ในเวลานั้น การฉันในท่าสำรวมด้วยความมีสติพิจารณาด้วยปัญญา มักเกิดอุบายแปลกๆ ขึ้นมาในเวลาฉันเสมอ บางครั้งถึงกับเกิดความสลดใจขึ้นมาในเวลาฉันก็มี จนต้องหยุดฉันไปพักหนึ่งหรือหยุดเลยก็มี เพราะรสแห่งธรรมที่เกิดขึ้นในเวลานั้น มีความสำคัญเกินกว่าที่จะมัวเพลินในรสแห่งอาหารที่กำลังฉันอยู่มากมาย การหยิบอาหารใส่มุขทวารก็มีสติประจำไปทุกระยะ เช่นเดียวกับการทำความเพียรในท่าอื่นๆ เพราะการขบฉันก็เป็นกิจวัตรของพระข้อหนึ่ง ไม่ด้อยกว่ากิจวัตรอื่นๆ อันเป็นเครื่องถอดถอนกิเลสภายในได้เสมอกัน ถ้าไม่ประมาทเพลิดเพลินไปกับรสอาหารเสียจนลืมตัว การขบฉันจะกลายเป็นเรื่องโลกๆ ไป ไม่เป็นกิจวัตรประจำองค์พระผู้หวังเห็นภัยในทุกสิ่งที่อยู่ในความสามารถ อาจรู้เห็นในสถานที่ และอิริยาบถทั้งปวง ดังนั้นการขบฉันของพ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งหลายซึ่งมีท่านพระอาจารย์มั่น เป็นต้น จึงถือเป็นกิจสำคัญเสมอมา ขณะฉันจะมีพระอยู่ร่วมกันจำนวนมากเพียงไรก็ตาม ย่อมเป็นเหมือนไม่มีพระอยู่ในที่นั้นเลย เพราะมิได้พูดคุยกัน ต่างท่านต่างทำหน้าที่ของตัวด้วยความสงบสำรวม เนื่องจากท่านถือการฉันเป็นกิจวัตรที่ควรสนใจ อันเป็นธรรมเช่นเดียวกับกิจวัตรทั้งหลาย

 

การฉันจังหันของพระธุดงคสายกัมมัฏฐาน หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ

ผู้เขียนเคยได้ยินพระบ้านบางรูปแสดงคติว่า เป็นพระต้องกินอย่างเสือ คือเวลามีน้อยก็ต้องทนหิว ถึงเวลามีมากก็ต้องกินให้เต็มที่ พระป่าท่านมีคติอีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าวันไหน ลาภจะมากน้อยเท่าใด ต้องฉันน้อยเอาไว้ แม้จะมีอาหารล้นเหลือ ก็ไม่ยอมฉันจนอิ่มตื้อ เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะง่วงภาวนาไม่ได้ ข้อนี้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ถ้ามีอาหารมากในกระเพาะ และลำไส้ เลือดจะไปเลี้ยงที่นั่นมาก สมองจะมีเลือดน้อย ทำให้เกิดอาการง่วง และซึม เพราะฉะนั้น อาหารจึงเป็นศัตรูของการเจริญภาวนา พระป่าจึงถือหลักฉันน้อยเป็นประจำ ยิ่งในระหว่างที่เร่งความเพียร เช่นระหว่างพรรษายิ่งฉันน้อยลงไปอีก บางองค์ไม่ฉันเสียหลายๆ วัน ท่านว่าจิตโปร่าง และภาวนาได้ ดีขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัดป่า ที่มีพระอดอาหารพร้อมๆ กันหลายองค์ บางองค์สามวัน เจ็ดวัน บางองค์อดสองสามสัปดาห์ก็มี

 

อย่างไรก็ตาม การอดอาหารอาจจึงไม่เหมาะสำหรับบางคน อย่างเช่นท่านพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านพบว่า อดแล้วกลับปฎิบัติไม่ได้-ท่านจึงเลิกอด และไม่คาดคั้นลูกศิษย์องค์ใดให้อด ปล่อยให้ลองดูเอาเองว่า อดดีหรือไม่อดดี แต่ท่านเป็นนักค้นคว้าทดลอง ในเรื่องอาหารเหมือนกัน ครั้งหนึ่งเมื่ออยู่บนถ้ำขาม ท่านไม่ฉันอาหารอื่น ฉันแต่หน่อไม้ สดต้มจิ้มน้ำปลา ฉันอยู่ปลายเดือน และสบายดี นอกจากระวังไม่ฉันมาก พระป่าท่านยังระวังไม่ให้ติดรสอาหารด้วย โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่อร่อย ทั้งนี้เพราะเกรงว่า จะติดสุขในเวลาฉัน ต้องพิจารณาตามแบบที่พระพุทธเจ้าสอนพูดง่ายๆ ว่ากินเพื่ออยู่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงเงียบสงบระหว่างฉัน ไม่สนทนาพาทีอะไรกัน เพราะท่านต้องเพ่งเล็งที่อาหารไปด้วย

 

กรุณาอ่านการฉันจังหันของพระธุดงคสายกัมมัฏฐานทั้งหมดที่นี่

17 กุมภาพันธ์ 2549 11:16:12 16 ข้อความและความคิดเห็น : 9523 อ่าน  พิมพ์หน้านี้
ข้อความและความคิดเห็น
วีรยุทธ โพสต์ : วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549 12:24:27
ขอกราบนอบน้อมคุรพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่น พระบูรพาจารย์ใหญ่แม่ทัพธรรมฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานแห่งอิสาน กราบอนุโมทนาสาธุยิ่งครับ
กายธาตุ อนิจจัง โพสต์ : วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 19:54:00
ขอกราบนอบน้อมแด่พระภูริทัตอรหันตเถระเจ้า บูรพาอาจาริยแม่ทัพธรรมวิปัสนากรรมฐาน ข้าพเจ้าขอน้อม พุท โธ ประจำจิตตลอด อนุโมทนา สาธุ
นัท โพสต์ : วันที่ 24 มีนาคม 2549 08:43:06
ขอนอบน้อมวันทา สักการะคุณบารมีของหลวงปู่มั่น
ดร.นระ คมนามูล โพสต์ : วันที่ 01 พฤษภาคม 2549 18:29:13
ผมเป็นบุตรคนสุดท้องของนายวัน-นางทองสุข คมนามูล ได้อ่านข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวของบิดา รู้สึกปิติ เพราะเพิ่งทราบ ขณะนี้ก็ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ my e-mail address is "narakhom@yahoo.com"
cpmania โพสต์ : วันที่ 05 มิถุนายน 2549 15:45:35
อนุโมทนาครับ
Suprawee Romlak โพสต์ : วันที่ 01 สิงหาคม 2549 21:27:16
อนุโมทนา สาธุ
นภาพร โพสต์ : วันที่ 28 สิงหาคม 2549 14:49:24
ทำให้เห็นคุณค่าและปฏิปทาของพระอรหันต์
parichat pollob โพสต์ : วันที่ 29 สิงหาคม 2549 15:04:47
เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเรือนไทย เพราะสนใจเรื่องพระธาตุคะ ตอนนี้ที่บ้านมีเส้นผมของหลวงปู่บุดดา แม่ชีท่านหนึ่งให้ไว้นานมากแล้ว ได้ไปเปิดผอบดูปรากฎว่ามีพระธาตุสีทับทิม ปรากฏหลายองค์คะ ดีใจมาก จึงเกิดความสนใจในเรื่องของพระธาตุ เมื่อรู้จักเว็ปต์นี้ก็เป็นสมาชิกทันทีคะ
เคน โพสต์ : วันที่ 01 ธันวาคม 2549 20:41:50
สาธุ ครับ
เจติยา โพสต์ : วันที่ 10 มกราคม 2550 20:48:07
สาธุเจ้าค่ะ
เกริก โพสต์ : วันที่ 13 มิถุนายน 2550 22:00:35
สาธุ ปีติตามที่ได้อ่านครับ
สุปฎิปันโน ภควโตสาวกสังโฆ
อยากได้พระธาตุ ท่านมากแต่ บุญยังไม่พอ
ขออนุโมทนาผู้ที่มีไว้ กราบสักการะ เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติ
พุฒิพัฒน์ โพสต์ : วันที่ 03 ตุลาคม 2550 14:26:08
อนุโมธนาครับ
วรลยา โพสต์ : วันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 15:39:08
สาธุ สาธุ สาธุ
aew โพสต์ : วันที่ 21 เมษายน 2551 16:15:33
อนุโมทนาค่ะ
มนตรี เอื้อชินกุล โพสต์ : วันที่ 09 พฤษภาคม 2551 21:41:39
อนุโมทนา สาธุด้วยครับผม
avatar โพสต์ : วันที่ 08 มิถุนายน 2552 16:36:10
อนุโมทนาสาธุ
บุญมีชะตาต้องกันท่านคงมาเป็นกำลังใจ
ในการปฏิบัติธรรมของผมบ้าง
ร่วมส่งข้อความและแสดงความคิดเห็นของท่านผ่านบ้านเรือนไทย
-:- กรุณาเข้าระบบเว็บไซต์บ้านเรือนไทยก่อนส่งข้อความและแสดงความคิดเห็น -:-